จากหัวใจ.......ด้วยรักและหวังดี

 

 
                                                               

 

 

คงเพราะว่างมาก แม้จะย้ายที่ไปมาหลายที่ในช่วงวันหยุด
ไม่ว่าจะบ้าน ที่ทำงานแว่บๆ และไปบ้านคุณตา
มีนยังคงมีช่วงนิ่งสนิท ไว้นึกถึงอีกคนได้
ในช่วงปลายๆ วันหยุดแบบวันนี้
เพลินกับการอ่านบางอย่างนานไปหน่อย
เพราะนานแล้วไม่ได้เปิดอ่านย้อนทุกหน้าแบบนั้น
หลายๆ หน้า ได้นิ่งฟังเพลงจนจบก็หนนี้เอง
ขอบใจตัวเองที่ตะกายหยิบหูฟังมาด้วย


แอบอมยิ้มกับหลายหน้า แถมมีนึกว่า
เอ...เราเป็นคนที่เขาเขียนให้อ่านป่าวหว่า
อืมม เป็นเรานิน๊ะ
โห ดีใจจังมีคนเขียนไดอารี่ให้อ่านแบบนี้

เอ..บางทีทำไมเราลืมอารมณ์ดีใจ
ที่มีคนเขียนอะไรหาน่ะ
หรือว่าจดจ่ออยู่แต่ว่า
เมื่อไหร่อีกคนจะว่าง เมื่อไหร่จะเจอกัน
ทั้งที่บางทีตัวเองก็ไม่ว่าง
บางทีหลังๆมานี้ตัวเองต่างหาก
ที่ยุ่ง ที่ไม่มีเวลา และมีใครอีกคน
แปะประจานออกบ่อยๆว่าใครรอใครครับ
ผมแวะมายืนยัน ว่าผมรอ

จึงเพิ่งสำนึกว่า เรานี่เอง
ที่ระยะหลังไม่ได้อยู่กับที่แบบเดิมเพื่อพบใครอีกคน

 

 



ระยะหนึ่ง เราเคยอยู่นิ่งๆ สองด้านเพื่อทำงาน
ซึ่งปกติ จะเป็นเพียงด้านเดียวที่นิ่ง
แล้วอีกคนป่วนจนท่านต้องมี
กรรมวิธีมากมายมาปราบเซียน
พอเห็นอีกคนนิ่งบ้างแล้วคนอีกด้าน
จึงเหมือนอ้อมจากหน้าที่การงาน
มาทำไดอารี่ให้อ่านทิ้งท้าย
อาจจะด้วยสงสาร โดยไม่รู้ว่า
อีกคนทางนี้ ก็หน้าหงิก กับงานเยอะแยะ
จนบางหน นิ่งสนิทไม่ได้แหย่ ป่วน กวนและวุ่นวาย
คล้ายวิ่งวนรอบโต๊ะทำงานของอีกคน แบบเคยทำบ่อยๆ

อาการนิ่งแบบนั้น ทำให้คนด้านโน้น เดาว่า
ทำตัวได้น่ารักน่าสงสาร จึงแปะไดอารี่ให้อ่านนิดนึงว่า
ทราบใช่ไหม ว่าไม่ได้คุย หรือยุ่งจนไม่ได้เล่นด้วยนั้น
ไม่ได้หมายถึงว่าไม่ได้สนใจ หรือนึกถึงอีกคน...................
บางทีมีนก็หวังให้อีกคน ทราบในแบบเดียวกัน
ว่าแต่ ทราบใช่ไหม ไม่ได้พบ ไม่ได้หัวเราะด้วย
ไม่ได้แปลว่า ไม่นึกถึงกัน ^^

 

 

 

 


เมื่อย้อนหน้ากลับไป
ถึงแม้ไดอารี่หลายๆหน้าเรียงกันมานั้นจะถูกลบหาย
หรือเก็บไว้แบบส่วนตัวให้คนอื่นมองไม่เห็น
จนแม้แต่มีนเองยังต้องล็อกอินเข้าไปอ่าน
นึกถึงที่อีกคนบอกว่าแวะไปทำให้มันอ่านได้แบบเดิม
ให้พี่ด้วย พี่ทำเล่นๆ

เวลาจนป่านนี้ มีนก็ยังไม่ได้ทำให้เลย
แต่ถึงแบบนั้นมีนก็ยังคงพบว่า มันหลายหน้าอยู่ดี
หลายหน้าจนมองเห็นว่า ให้แบบไหน
ใครบางคนก็ยังมาเขียน มาทิ้งตัวหนังสือเหมือนมาส่งข่าว
ทิ้งตัวอักษรให้ได้มองเห็น ให้ได้พบ
เมื่อมีนมองหาว่าหายไปไหน หรือเป็นยังไง

วันว่างๆ แบบนี้ทำเอามีนสำนึก แม้ไม่ได้พบเห็นกัน
แต่มีนก็จะยังคงได้พบข้อเขียนมากมายนั้นอยู่ดี
แม้อยู่ดีที่ได้พบนั้นจะเป็นเพียงแค่
ตัวหนังสือสำหรับใครอื่น
แต่ไม่เคยแค่นั้นสำหรับมีนเลย

 

 

 

 

ตัวหนังสือเก่าเล่าเรื่อง ทวนอารมณ์
และพาอมยิ้มไปฝากฟ้าอีกด้านนึง
ความช่างคิดช่างนึกของมีนไม่ได้น้อยลง
ในวันที่เติบโตผ่านเวลาในคราวที่รู้จักพี่คนดี สามปีกว่านี้
ทุกทุกคราวที่เข้ามาในไดอารี่
ทุกทุกคราวที่ได้พูดคุย
และทุกทุกคราวที่ได้อ่านอีเมล์
มีนจะรู้สึกเหมือนมีอีกคนหนึ่ง ไม่เคยทิ้งกัน


จะรู้สึกมีอีกคนหนึ่งที่อยากให้มีนได้พบเรื่องราวดีดี
จะรู้สึกว่า กำลังใจในที่ไกลๆนั่น มีพลัง
ส่งตรงถึงหัวใจมีนได้โดยไม่ต้องอ้อมไปทางไหน
และมีนจะรับไว้ได้ทุกคราว
เมื่อสบตาตัวหนังสือของคนอีกด้าน

 

 

 

พี่คนดีจูงมือมีนผ่านตัวอักษรมาหลายปีแล้ว
ปณิธานเดียวระหว่างเราที่มีนค้นพบตลอดระยะเวลามา
เรามีกันแบบนี้ ก็พอ เชื่อว่าพอสำหรับมีน
เชื่ออีกด้วยว่าพอแล้วสำหรับอีกคน
แค่อยู่เป็นกำลังใจ อยู่เป็นรอยยิ้มให้กัน ในวันชีวิตแย่แย่
ได้ทอดสายตามองเห็นตัวหนังสือมากมาย
และพบพานกำลังใจพวกนั้น เท่านี้สำหรับมีน
ก็พอ และพอมากแล้ว..........................

ขอบคุณที่ไม่เคยปิดบังหัวใจงดงาม
และไม่มองผ่านความรู้สึกดีดี
ของเจ้าของตัวหนังสือเกเรเสมอทางฝั่งนี้

 

เพลงนี้มีนพบในไดอารี่พี่ แอบอมยิ้มเช่นเคย
เพราะทราบว่าอีกคนไม่ได้ยินเพลง เผลอๆ ไม่รู้จักคนร้อง
คงชอบเนื้อร้องของอีกเพลงหนึ่ง แต่สลับลิงค์กัน
และเพลงนั้นพี่ก็คงอยากให้อ่าน เพราะแปะให้อ่านไว้ด้วย
วันไหนถ้าอีกคน ชอบแค่ชื่อเพลง จึงมีให้เห็นแค่ชื่อเพลง
กับคำแอบสารภาพที่เหมือนยืดอกรับว่า
ฟังเพลงเผื่อด้วยวันนี้มองแค่ชื่อเพลง แล้วก็แปะครับ

เพลงนี้อยู่ในหน้าไดอารี่ที่พี่ถามมีนว่า
ทำไมระยะเวลาหนึ่ง มีนถึงดูเหมือนห่างๆพี่ไป
หางตัวอักษรตวัดตามภาษาคนรู้ทันมีนเสมอ
และลงท้ายหนักแน่น เมินๆ แบบเดิมว่า
ไม่เป็นไร หากเป็นความต้องการ ผมยินดีรับ
และเชื่อไหม เพลงนี้กับเนื้อเพลงที่พี่แปะในไดอารี่
เป็นคนละเพลงกัน
.... ความไม่เปิดเสียงหรือเรียกว่า
สั่งให้ทุกคนในที่ทำงานไม่มีเสียงคอมพิวเตอร์
ทำให้พี่มักเป็นแบบนี้ เวลามีนมอง..บ่อยมั่กมั่ก

 

 

 

แต่ไม่ได้ทำให้มีนเครียดหรืออะไรกับเพลงของพี่
แค่แอบยิ้มนิดนิด.....ว่าพี่ทำได้...๕๕
แล้วก็ยังดูน่ารักอยู่ดีสำหรับมีน ๕๕๕๕
แม้จะน่าเกลียดหน่อยๆ สำหรับคนอื่น หุหุ
แต่ไม่เป็นไรน่ะ เพราะมีนได้ยินเพลงนี้
สมัยทำงานอยู่ภาคอีสาน บ่อยมากมาก
บางหนยังเคยร้องตามใครใครเขา กับชื่นชมนิยมยินดี
ไปด้วยว่าคนแต่งเนื้อร้อง และทำนอง ละเอียดละออดี

มีนยังเปิดไดอารี่หน้าต่อต่อไปของพี่
คำเรียกแทนชื่อมีนมากมาย ที่พี่นำมาใช้ทำมีนหัวเราะ
คำพวกนั้น คนอ่านคงเอ็นดูมีนหรอกเมื่ออ่านจากไดอารี่พี่
นี่ยังไม่รวม นามต่างๆ ที่พี่ประเคนให้เวลาแหย่มีน
มันเยอะ และไม่ยอมเอามาเผยแพร่ให้คนอื่นทราบหรอก
เดี๋ยวได้มีเรียกตามกันเป็นพรวน แหะๆ

 

 

 

มีนยังขำบางประโยคที่แอบตวัดเล็กๆ
ประเภท ก็แค่นึกถึงน่ะครับแม้บางคนจะไม่สนใจก็ตาม
แอบขำคอมเม้นท์ตัวเองที่ไปแหย่อีกตะหาก
ว่า แค่มาอ่านค่ะ  ๕๕๕
มีนกับพี่นี่ บางหนแหย่กันไปแหย่กันมา
แล้วคนที่งอนจนพี่บอกว่า ป่านนี้ปากติดจมูกแล้ว
ก็คือคนฝั่งนี้นี่หล่ะ

หลายวันแล้วที่ไม่ได้พบเห็นตัวหนังสือใครอีกคน
เป็นหลายวันที่ชีวิตประจำวันของมีนเอง
ก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่ในวงรอบกรอบเดิม
เป็นหลายวันที่มีนสนุก มีรอยยิ้มมากมาย
กับส่งเสียงหัวเราะดังดังแบบที่ไม่ค่อยทำในระยะหลัง
เพื่อนเก่า พี่ชาย แม่ ตาและยาย อยู่ล้อมรอบตัว
เช้ามาก็พบกัน เย็นมาก็ได้ไปไหนด้วยกัน สนุกสนาน
แบบไม่คิดว่า วันหยุดยาวแบบนี้ ความสุขและความรัก
จะวนกลับมาล้อมรอบตัวได้มากมายขนาดนี้


ขอบใจเพื่อนๆ ที่มาเที่ยวที่นี่
ขอบคุณพี่ชาย ที่มีผลัดพักตรงกับช่วงสงกรานต์
และที่ระลึกในพระคุณเสมอ จนต้องกราบขอบคุณ
คุณตากับคุณยาย และแม่ ที่แข็งแรงและสุขภาพดี
สดชื่น และแจ่มใสมีเรื่องราวดีดีเล่าให้ฟังบ่อยๆ
ในทุกคราวที่เราอยู่ด้วยกัน



แต่อย่ามีคำถามเลยนะ
ว่านึกถึงพี่ไหม เพราะ ไม่เคยลืมเช่นกัน

หวังว่า พี่คงได้พักผ่อนและไกลจากเรื่องยุ่งๆ
ที่อยู่รอบตัวเป็นปกติในวันทำงาน
มีความสุขสนุกกับความจริง และเรื่องราวรอบตัว
ในวันแห่งความรักมากมาย......ในโลกทางฝั่งของพี่

แล้วพบกัน ในวันที่โลกของเรา
เชื่อมต่อกันได้ด้วยตัวหนังสือ และหัวใจห่วงใยกัน ;')

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



ผมไม่เคยเชื่อ ในมิตรภาพและความรัก ในโลกไซเบอร์แห่งนี้
อาจเป็นเพราะผม เป็นคนมองโลกในแง่ร้ายเสมอมา
ไม่เว้นแม้ตอนที่เจอะกับใครบางคน
ไม่เว้นแม้คนที่รายล้อมผม ก็มองในแง่ร้ายได้เช่นเดียวกัน

แต่คงเป็นเพราะ "ความจริงใจ" ที่แสดงออกตลอดมา
จริงใจ ที่บอกกับผมว่า ไม่สนใจ ว่าผมคือใคร
จริงใจ กับความรู้สึกของตนเอง จนผมรู้สึกได้

บางที อาจเป็นเพราะ "ความจริงใจ" ที่สื่อออกมา
ทำให้ผมค่อยๆ ยอมรับว่า ผมเชื่อ และศรัทธา กับมิตรภาพ
และความรักในโลกไซเบอร์แห่งนี้ไปด้วย

คุณทำให้ผม มองเห็นความอ่อนโยนจากตัวหนังสือ
คุณทำให้ผม รู้จักที่จะรับผิดชอบ ความรู้สึกของคนไกล
คุณทำให้ผม รู้จักที่จะยอมรับความจริงใจจากคนไม่เคยเห็นหน้า
คุณทำให้ผม รู้จักกับคำว่า "ยินดี" กับคนที่เรารู้สึกดีด้วย

และที่สำคัญการได้รู้จักกับคุณ
ทำให้ผมได้รู้จัก "มิตรภาพ"
ในหลายรูปแบบ ที่ผมไม่เคยคาดว่าจะมี
ทำให้ผมได้รู้จัก "ครอบครัว" อันอบอุ่น อีกครอบครัวหนึ่ง
ในแบบที่ผมคิดว่า น่าจะมีแค่ครอบครัวผม ที่เป็นแบบนี้
ทำให้ผมได้รู้จัก "น้องสาว" ที่แสบได้เต็มพิกัด
ในแบบที่ผม ไม่คิดว่า ใครจะทำกับผมได้
นอกจากน้องสาวผมจริงๆ
ทำให้ผมได้รู้จัก "เพื่อนๆ"
ที่ไม่เคยเห็นหน้า แต่เราก็ยิ้มให้กันได้
หัวเราะร่วมกัน ในวันที่เราคุยกัน เกี่ยวกับ "คุณ"

คุณ สร้างสิ่งไม่น่าเชื่อ ให้ผมได้เชื่อ
คุณ สร้างความศรัทธา ให้ผมร่วมรับรู้ เช่นกัน

ขอบคุณครับ กับความรู้สึกดี ดี ที่มีส่งมาให้
ผมรับรู้ได้เสมอ และขอบคุณเสมอ เช่นกัน
ทราบมั้ยว่า ผมภูมิใจแค่ไหน กับการได้ "รู้จัก" พวกคุณ
แม้เราจะไม่ได้พบกันในโลกแห่งความจริง
แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกว่ามิตรภาพบนโลกไซเบอร์
"มีค่า" แค่ไหนได้เช่นกัน

ขอให้ทุกวันนับแต่นี้
ผมได้มีส่วนรับรู้ และร่วมยินดี
กับความรักอันงดงามด้วยเถอะครับ

;-)

 

 

 

 

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic