รักทุกทุกวันไม่เคยเว้น "วันพ่อ"

 

เคยรู้สึกไหมคะ ทำไมไดอารี่มีนชอบเขียนว่า
พ่อเคยบอก พ่อเคยพูด พ่อเคยสอนบ่อยๆ
หลายคนเคยบอกมีนว่า พ่อเราไม่เห็นเป็นเลย
เราไม่เห็นได้กอดพ่อเลย
พ่อไม่ไม่เคยบอกหรือว่ากล่าว
หรือแม้แต่สอนอะไร เรากับพ่อดูห่างกันจัง
มีนกลับคิดอีกอย่าง แบบนั้นสำหรับพ่อมีน
คงหมายถึง คุณเป็นลูกที่ดีกว่ามีนแน่
ไม่น่าเป็นห่วง และไม่น่าต้องดูแลใกล้ชิดแบบมีน

มีนเป็นเด็กมากปัญหา หลากคำถาม
แต่ละคำตอบของพ่อ เท่าที่จำได้
มักต้องตอบแบบระมัดระวัง
ไม่งั้นมีนจะถามต่อแบบไม่จบไม่สิ้น
แล้วการไม่จบไม่สิ้นนั่น ไม่ใช่แค่ช่างสงสัย
แต่มันเป็นปัญหาแบบหน้านิ่วคิ้วขมวด
เป็นปัญหาแบบ ทำไมทำแบบนี้ไม่ได้
แล้วทำไมทำแบบนั้นผิด


เพราะมีนเป็นแบบนี้ไง พ่อถึงต้องกอดคอ
โอบไหล่ นั่งเล่าโน่นนี่ นั่งสอนอะไรกันบ่อยๆ
และเพราะเป็นแบบนี้นี่หล่ะ มีนจึงจดจำพ่อได้แม่น
สนิทกับพ่อยิ่งกว่าอะไรที่ไหนในโลก นั่งคิดย้อนไป
มีนโชคดีจังว่าไหม โชคดีที่สิบเก้าปีนั้น
มีนช่างสงสัย มีนช่างโวยวาย มีนช่างมีปัญหาและเกเร
จนพ่อต้องหันมามอง ต้องจับจุดและดูแลกันอย่างใกล้ใกล้

 

 


มีนไม่รู้หรอก มีเด็กที่ไหนที่ไปดูงานพร้อมกันกับพ่อ
ตั้งแต่อยู่ประถมเด็กเล็ก การไปทำงานกับพ่อมันเข้าเส้นเลือด
เข้าเส้นเลือดจนกระทั่ง เมื่อเลือกเรียนตอนโตขึ้น
มีนเลือกเรียนคล้ายที่พ่อเป็น

มีนไปดูงานกับพ่อแบบ จำได้มั่ง จำไม่ได้มั่ง
แต่ก็ไป ไปอยู่ไปกินไปนอนลำบากลำบนกับพ่อ
วันงานของพ่อไกลบ้าน ไปกลับไม่ได้ในวันเดียว
และเป็นห้วงเดียวกับมีนปิดเทอม
มีนไม่เคยจำได้ว่าตัวเองบ่นลำบาก เพราะแค่พ่ออยู่ด้วย
มีนไม่เคยลำบาก ออกจะสบายและมีคนแห่แหนเต็มไปหมด
จำได้แค่พ่อบ่นไม่เอาไปแล้ว
สงสารลูก เพราะลูกจะคล้ายลูกหมามอมๆ เข้าไปทุกวัน

มีนยังจำแม่น มีนสามารถกระโดดจากตึกชั้นสอง
ลงมาบนกองทราย ให้คนงานของพ่อตกใจ
ปีนบันไดไม้ที่เขาก่อหยาบๆ ขึ้นไปได้ถึงชั้นห้า
พ่อหามีนแล้วบอกมีนว่าอย่าทำอีก พ่อใจหาย
มีนไม่เคยทำอีก แต่หลีกไปผลักพี่คนงานไปทดลองปลิงในบ่อน้ำ
ค่าที่พี่คนนั้นบอกว่า น้องมีนอย่าเล่นน้ำในน้ำมีปลิง
งั้นทดสอบดู จะได้รู้แน่ มีจริงหรือไม่

 

 

 


ความขี้สงสัยและเรื่องมากแบบ มีมากเรื่องของมีนน่ะ
มีนไม่ได้เป็นกับพ่อคนเดียว เพราะกับพี่ชาย
กับตากับยาย กับแม่มีนก็ยังเป็น เพียงแต่พ่อมากที่สุด
เว้นไว้ทางบ้านคุณปู่ คุณลุง คุณอา
ความสนิทสนมประเภท ไต่ตัวถามปัญหา..
โน้มคอจับหน้าหันมาสบตากัน.....ไม่มี
และอยู่ในระดับไกลแต่อยู่ในสายตาตลอดเวลา
นี่หมายถึงมีนปฏิบัติตัวน่ะทั้งที่ทราบเช่นกัน
มีนเป็นที่รักของฝ่ายนั้น และมีนก็รักฝ่ายนั้นด้วย

มีนเข้าใจอารมณ์คนไม่กอดญาติผู้ใหญ่
เพราะมีนไม่กอดคุณปู่ แม้บางทีคุณปู่เดินมากอด
กอดที่ว่าจะแค่กอดบ่า ลูบหัวก็เท่านั้น
เขาเรียกว่าอะไรน่ะ ที่มีนไม่ค่อยกอดปู่คล้ายกอดพ่อ
อ่อ.เกรงมากกว่าอยากแสดงความรักแน่แน่
ทั้งที่จริงแล้วมีนเติบโตมาจากบ้าน
ในแวดวงล้อมไว้ของรั้วบ้านปู่

เห็นคุณปู่เริ่มตัวสั่นสั่นเพราะอายุมากขึ้นก็เป็นห่วง
เห็นเสียงคุณปู่ไม่ดังแบบเดิม ชี้นิ้วไม่นิ่งแบบเดิมก็เป็นห่วง
แต่ในความห่วงนั้น มีนก็ยังคิดเหมือนเดิม
ปู่แข็งแรง และยังแข็งแกร่งเสมอ
ปู่คงไม่ต้องการให้ใครเป็นห่วงหรอก

 

 

 

 


เคยคิด การเลี้ยงดูของพ่อกับแม่มีนน่าจะแตกต่างกันมาก
ตากับยายเลี้ยงให้แม่กล้าถาม กล้าพูด
ในขณะที่คุณปู่เลี้ยงแบบ ทำตามคำสั่ง อย่าคิดเอง
คิดเองผิด..ผิดตั้งแต่เป็นเด็กแล้ว ผิดตั้งแต่แตกต่าง

เคยเขียนเรื่องบ้านปู่ มีพี่คนหนึ่งเดาว่า
มีนต้องเป็นหลานเจ้าขุนมูลนาย เพราะบ้านปู่มีน
ไม่มีเก้าอี้ จะเข้าหา คลานสถานเดียว  ๕๕๕๕
ปู่ไม่ได้เป็น แค่ชื่นชอบชีวิตแบบนั้น
โดยเชื้อสายไม่มีเลย มีแต่นามสกุลที่ปู่ขอพระราชทาน
เพื่อเปลี่ยนจากแซ่ เป็นอะไรยาวเหยียดเป็นเกีรติเป็นศรี
แล้วหวงหนักหนา ห้ามใครทำให้เสียนามสกุล
มีนเคยแอบคิด นามสกุลแบบนี้ ก็เพราะขอไปไม่ใช่เหรอ
ทำไมชอบบอก ชอบโอ่ว่า เนี่ยเนี่ย นามสกุลพระราชทาน
จะคุยเพื่ออะไรกัน

มีนเป็นลูกหลานคนจีนทางฝั่งพ่อ
พ่อมีนเป็นลูกเสี้ยวแล้ว ปู่เป็นลูกครึ่ง แต่เป็นลูกครึ่งโพ้นทะเล
เขาเรียกอิมพอร์ตมาจากเมืองจีนแท้แท้ ใครถามว่า
พวกเสื่อผืนหมอนใบมีจริงเหรอ พ่อมักบอกว่า
ปู่มาแต่ตัวกับหัวใจ มีความเข็มแข็งกับชีวิตเป็นเดิมพัน

มีนเรียกปู่ว่า อากง เรียกคุณย่าว่า อาม่า
เกือบไม่เหลือจีนเมื่อถึงพ่อ
พ่อมีนขาวและตาโตมากแบบชั้นเดียว
และตาแบบนั้นก็แทบจะเป็นอย่างเดียวที่เป็นหลักฐาน
เวลามีคนบอกว่ามีนเหมือนแม่ ต่อให้ชมว่าสวยเหมือน
มีนก็โกรธ แล้วจะบอกเสมอตั้งแต่เด็กยันโตว่า
ไม่ใช่..มีนเหมือนพ่อ
ดูสิ..ดูนี่ แล้วมีนก็แทบจะจิ้มลูกกะตาตัวเอง.. อวด
เพื่อบอกไอ้คนบอกว่าไม่เห็นเหมือนพ่อว่า
"ฉันเหมือนพ่อ เหมือนมากด้วย!"

 

 

 


แต่บ้านปู่ บรรยากาศโดยรอบตัวปู่
ไม่ทราบเพราะปู่ไขว่คว้า เข้าตำรา
มีเงินมากพอแล้วต้องการเกียรติหรือเปล่า
เพราะบริจาคอะไร หากได้ยศศักดิ์คนนับหน้าถือตา
ปู่ของมีนทำ มีนเคยขำและขำมาจนโต
บริจาคอะไรทำไมยศเข้าย่า ปู่เป็นนายมาแต่เกิดยังไง
ปู่ก็เป็นนายมาจนถึงวันนี้นั่นหล่ะ
หากปู่ไม่เรียนต่อ .........เหอเหอ
เหมือนเป็นหลานเนรคุณใช่ป่าว
ไม่น่ะ มีนเคารพปู่ แค่บางทีแอบคิด แอบนึก
จะไขว่คว้าไปทำไมกัน ยิ่งไขว่คว้าก็ยิ่งไม่ได้อย่างใจ

บ้านปู่เป็นบ้านไม้หลังใหญ่โต เชื่อว่าในละแวกนั้น
บ้านปู่มีนใหญ่สุดอ่ะ ใหญ่จนหากบอกละแวก
จะรู้เลยบ้านปู่มีนหลังไหน และในความใหญ่ของบริเวณ
จะมีบ้านลูก ซอยแยกไปมาอยู่ในรั้ว ให้ได้บรรยากาศ
อย่าออกไปไหนจากกัน (ห้ามน่ะเฟ้ย ไม่งั้นโกร๊ดดดด)

ปู่มีนไม่ได้รวยเพราะทำธุรกิจเล่นหุ้นขายหุ้น
แต่ปู่ค้าขาย อาบเหงื่อต่างน้ำ ฉลาดพลิกพันวิกฤตกับโอกาส
แค่บอกว่าปู่และตะกูลทางพ่อ ค้าขายอะไร
คนในเมืองพิษณุโลกรู้จักทันที เพราะฉะนั้นไม่บอก หุหุ

ธนาคารทุกธนาคารในพิษณุโลก ห้อมล้อมปู่มากมาย
ทุกงาน ทุกแห่ง มีอะไรแทบจะส่งเทียบเชิญ
ปู่ไม่ดูถูกเงินและทำทุกอย่างที่เป็นเงิน
ลูกๆปู่ไม่เคยสบายก่อนเพราะต้องลำบากหมด
ตลาดแทบทั้งตลาด จะกู้เงินปู่ทั้งหมดแล้ว
ในพิษณุโลกไม่ต้องคุยกัน หาน้อยมาก
คนที่ไม่รู้จักอาคนเล็กของมีนซึ่งสืบทอดกิจการโหดมาจากปู่

 

แปลกไหม มีนไม่เห็นอยากให้ใครรู้ว่ามีนเป็นหลานอา
เกรงเขาจะว่าหน้าเลือด เก็บดอก เก็บเช็คไว้ค้ำประกันปานนั้น
คนที่ว่ารวยหนักรวยหนาในพิษณุโลก
จนถึงผู้สมัครไม่ว่าจะสมัครอะไรจะแวะหาปู่หมด

บางหนดีใจ ตนไม่ได้มีนามสกุลคล้าย
นามสกุลของพ่อ พ่อตั้งเองตั้งแต่แยกออกมาจากบ้านปู่
มีนจะยังภูมิใจอยู่ดี แม้ไม่ได้มีนามสกุลปู่ห้อยท้ายชื่อตัวเอง
ดีใจที่ประวัตินามสกุลมีน เริ่มต้นที่พ่อ และพ่อเป็นคนตั้ง
อะไรที่พ่อทำ มีนเชื่อ พ่อไตร่ตรองมาดี
พ่อเคยสอนมีนว่ สายเลือดตัดไม่ขาด มีนเกิดมาได้
และพ่อสอนมีนมาได้ ก็เพราะปู่เลี้ยงพ่อมา สอนพ่อมา
พ่อเกิดมาได้ เพราะมีปู่เป็นผู้ให้กำเนิด ไม่ว่าจะอย่างไร
ปู่ก็มีพระคุณ เรียกว่าบุญคุณเหนือชีวิต

 

   

พ่อมีนเป็นคนแรกของตระกูล............................................
ที่หอบภรรยาและลูกออกมา เวลามีนฟังแม่นั่งเล่าเรื่องอะไร
แบบ คุณย่าเคยขอให้พ่อเลิกกับแม่เพื่อแต่งภรรยาจีนอีกคน
แม่จะเล่าแบบขำ เพราะรู้ว่าพ่อนิสัยแบบไหน
แต่มีนรู้ ลึกลึกแม่เองก็เจ็บปวด ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสะไภ้
ที่เขาไม่นึกนิยมยินดีเท่าไหร่นัก

มีนจะอมยิ้ม อาจเป็นเพราะมีนรู้กาลปัจจุบัน
ครอบครัวเราพ่อพานาวาผ่านพ้นพายุของปู่
ที่ไม่เคยมีใครในตระกูลฝ่ามาได้
มันคงคล้ายนิยายที่มีคนจีนเป็นพ่อเป็นแม่
ตลาดตลาดพื้นพื้นทั่วไป เวลาอยู่ใกล้กัน
แม่มีนมักไม่ค่อยเป็นลูกสะไภ้ที่โปรดปราน
เรียกง่ายง่าย โหงวเฮ้งไม่ถึงให้เจริญรุ่งเรืองไปด้วยกัน

และอาจด้วยเพราะไม่ช่วยงานทางฝั่งพ่อของมีน
ไม่ช่วยงานบ้าน ที่สำคัญแม่มีนไม่มีเชื้อจีนเลย
คุณเธอคมเข้ม ไทยแท้แต่โบราณมาแต่ไหน
ที่มากเกินจนปู่ทนไม่ไหว ก็เพราะไม่จับเลย
การบ้านการเรือน การไหนไหน

เช้ามาแม่แต่งตัวออกไปทำงานของตัวเอง
ยืนและเดินแบบชั้นเป็นชั้นเอง ๕๕
(คนนี้ก็มั้นนน มั่น) แถมเหลือเวลาจากงาน
แทนที่จะรีบกลับมาบ้านทานข้าวพร้อมญาติโก
แม่กลับหาเรื่องเรียนเพิ่มตลอดเวลา...

 

 

 

 

 

แต่ตอนนี้ในวันปัจจุบัน แม่มีนเป็นคนอื่นสำหรับครอบครัวนั้น
มีมีนกับพี่ชาย เป็นสายโยงยึดไว้ ค่าที่พ่อจากเราไปแล้ว
แต่คนอื่นแบบที่แม่เป็น ปู่เรียกร้อง และย่าถามหาหนักหนา
เวลามันสั้นน่ะ อะไรที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบพ่อจากไปก็จากไป
และเวลามันสั้นพอ ให้มีนที่เป็นเด็ก เติบโตมาเห็น
เห็นแม่สำคัญสำหรับปู่กับย่า
แบบพลิกแพลงตะแคงมองว่าจริงเหรอนั่น


มีนว่าจะเขียนนิยายสักเรื่อง ;')
ให้แม่เป็นนางเอก ให้พ่อเป็นพระเอก
พ่อคงคล้ายโกโบริ จากไปก่อนนางเอกซ่ะได้
แต่แม่แบบแม่ของมีน จะเป็นฮิเดโกะาได้ไหม
มีนว่าได้น่อ แม่ยิ่งกว่าพระอาทิตย์อีก
ในวันที่เหลือตัวคนเดียวและยังคงเข้มแข็ง
เคยแซวแซวไป แม่ว่าความสวยแม่กินขาด
นางเอกทมยันตี อย่าว่าแต่มีนฮา พี่ชายมีนก็ฮาด้วย

พ่อของมีนจะว่าไปคงคล้ายทหารเวลาอยู่กับปู่
แต่วันหนึ่งพ่อก็ฝ่าฟันและโอบอุ้มพวกเรา
ออกจากรั้วระเบียบแปลกๆนั่นมาได้
ถ้าพ่อมีนไม่เข้มแข็ง..พ่อคงทำไม่ได้หรอก
การตัดขาดสิ่งที่คุ้นชินตั้งแต่เด็กจนโตมันยาก
การไม่รับสิ่งอุปถัมภ์และอำนวยความสะดวก
แต่เด็กจนโตมา.เลยยิ่งลำบากกว่าหลายเท่า

 

 

 


พ่อเลือกไม่สุขสบายกายแบบเคยอยู่ในอู่ข้าวอู่น้ำ
เลือกออกมาลำบากเอง นับหนึ่งใหม่
ในความลำบากของพ่อ ปู่ไม่เคยมองหรือยื่นความช่วยเหลือมา
แต่รู้อะไรไหม ในความเป็นเด็กของมีน
มีนไม่เคยรู้สึกว่า พวกเราลำบาก รู้แต่ว่า
พ่อทำงานเยอะขึ้น และบ้านเราเล็กลง

หนึ่งในเหตุผล
ที่ออกมาจากความสบายแต่อึดอัดของพ่อ
คือ อยากให้ลูก ๆ เติบโตมาแบบคิดได้ทำได้
ใช้เหตุผล ไม่ใช่ถูกครอบงำแบบที่พ่อเคยเป็น

พ่อไม่ได้ทิ้งและเลือกใครคนใดคนหนึ่ง
เพราะในวันที่พ่อยืนได้แน่นและทราบว่า
ปู่เองก็อยากเจอพวกเรา พ่อก็พาเรากับแม่
กลับไปกราบปู่กับย่าอยู่ดี
พ่อทำได้ ถึงไม่ละมุนละม่อมนักในห้วงแรก
แต่ก็ทำได้ สุดท้ายมีนกลับมองว่า
พ่อสำเร็จงดงามกว่าพี่น้องคนไหนในบ้าน
สำเร็จด้วยตัวเองโดยไม่มีปีกและเงาของปู่ยืนค้ำหลังอยู่

 

 

 

 


สิ่งที่พ่อทำสิ่งหนึ่ง เป็นการหยั่งเชิงปู่
พ่อทำโดยการส่งตัวแทนเมืองขึ้น
แบบมีน กับท่านพี่ เข้าหาปู่กับย่าบ่อยๆ
คล้ายเป็นตัวประกัน อารมณ์มีนคล้าย เชลยรักมาก
เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย...????

ในวัยเด็กไม่รู้เรื่องหรอก ให้ไปก็ไป ให้เล่นก็เล่น
แต่เล่นบ้านนี้มันไม่สนุกว่ะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
เล่นทีไรมีนแพ้หลานคนอื่นที่ชอบรวมหัวกัน
ทั้งที่บางทีมันไม่ต้องมีแพ้มีชนะหรอก
ไม่ว่าจะเล่นหมากเก็บ..เคยเล่นกันไหมเนี่ย
เกมส์เศรษฐี...กระโดดเชือก โยนยาง
จนถึง ขายของ

หลังๆ มีนชวน ไปโดดน้ำในบ่อตรงศาลาเล็กหลังบ้านกัน
ไปดิ ใครเก่งไป...บ่อตื้นๆไม่มีใครกล้า
ต้นพิกุลที่ตอนนี้ถูกตัดไปแล้ว มาดิ มาเก็บแข่งกัน
ผล..ไอ้พวกนั้นตกต้นไม้ สำลักน้ำ
ขี้โคลนเต็มหัว ..ช่วยไม่ได้นี่หว่า
เล่นละมุมละม่อมแพ้พวกมันหมด

 

 

 

 


แล้วปู่เข้าข้างพวกนั้นเสมอ
หากมีใครสักคนในกลุ่มบาดเจ็บ หรือมอมแมม
มีนซวยตลอดเวลา เพราะพวกนั้นรวมกัน
แต่กลัวซ่ะเมื่อไหร่เพราะก่อนจะถึงปู่
มีนก็แกล้งพวกมันเก็บคะแนนนำไปแล้ว
ไหนไหนก็เห็นแววตาจะแกล้งมีนแล้ว
ไหนไหนก็จะฟ้องปู่แล้วมีนก็ต้องผิดอยู่ดี
ข้าไม่ได้ทำอะไรพวกเอ็งคงขาดทุน
ไงไงเอ็งต้องฟ้องงั้นข้าทำเลยล่ะกัน

จับไม้ฟาดมันซ่ะทุกคนไปตอนมันอยู่ข้างบน
เอาบันไดไม้ออกจากโคนต้นให้มันลงไม่ได้
รังมดแดงมีเหรอ เอาเขย่าๆ ให้มดแดงตกกะใจ
ตรงไหนมีรหมามุ้ย บอกมันมีแมลงแปลกๆ มุดเข้าไปดิ
มีนยังเห็น ใครไม่เห็น โง่

สรุป มันโง่กันหมด เพราะไม่เห็นแมลง
แถมยังไม่เห็นหมามุ่ย เกากันคันไปหมดยกเว้นมีน
กลัวซ่ะม่ะไหร่ ไหนไหนก็โดน งั้นพวกเอ็งโดนก่อน

เขาเรียกเจ็บเป็นเจ็บ เจ๊งเป็นเจ๊ง (คล้ายลุงสนธิมากไปแระ)

 

 

 

เวลาขึ้นศาลเจ้าคุณปู่นั่งหน้าทะมึน นึกได้จนถึงวันนี้
จนคำต่อท้ายตอนปู่เดินไปหลังบอกกติกาลงโทษ
ไม่ว่าจะให้ดึงหูหมุนตัว หรือกระโดดตบกี่สิบครั้ง
ถูบ้านแบบคลานเข่า นับบันไดวนไปวนมาสิบรอบ
ตะโกนว่าหนูไม่ทำ หนูไม่ท๊ามมมมมม แล้วปู่ก็
บ่นบ่น พึมพัมไปว่า  มันดื้อเหมือนพ่อมัน

เคยจำความได้หนหนึ่งตะโกนสวนคำที่ได้ยินบ่อย
ก็พ่อดื้อเหมือนปู่ งั้นมีนก็เหมือนปู่นั่นหล่ะ
ไม่ต้องโทษพ่อของมีน เข้าใจป๊าวววววว
นึกว่าจะโดนไม้ตะพด ไหนได้ เห็นคนอาวุโสตัวสูงสูงหัวเราะหึหึ
แต่หันหลังไม่หันกลับมา แล้วท่านก็เดินเข้าไปเล่าให้ย่าฟัง
ได้ยินแต่คำว่า สำคัญมันสำคัญ


สำหรับย่าน่ะ เชลยรักแบบมีนตีเป็นเมืองขึ้นไม่ยาก
ย่าชอบทำขนม กินขนมของย่าอย่างเดียวไม่พอ
ต้องชมด้วย ชมไม่พอ ทำเป็นขอเอาไปฝากคนที่บ้าน
เอาไปฝากเพื่อน เอาไปฝากครู เอาไปฝากญาติโกโหตุ
สารพัดที่จะนึกได้ แต่จริงๆ เอาขนมย่าไปขาย
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

 

 

 

ย่ารู้น่ะ แต่ย่าชอบทำ ชอบให้ชม
แค่บอกย่าว่าคนโน้นก็ชอบคนนี้ก็ชม
ย่าทำหนมหร่อยสุดสุดเล้ย
ผลพลอยได้คือเพื่อนที่โรงเรียน ซูฮกมีนหมด
มีนเป็นหัวหน้าแก๊งค์ได้เพราะขนมย่า
ไม่ซูฮก มีนก็ไม่ให้ชิมฟรี ซึ่งขนมชิมฟรี
มันเยอะน่ะ หลากรูปแบบ ลองชิมดู ไม่อร่อยไม่ต้องซื้อ
แม้แต่ครูยังต้องซื้อของมีนเลย มีนไม่ให้กินฟรีหรอก
ที่ให้กินฟรีหนแรก แค่อ่อยเฉยๆ ๕๕


เงินของมีนเต็มกระปุกเร็วมาก
เร็วจนพ่อถาม ว่าทำอะไรมา ทำไมเก็บเงินเร็ว
กระปุกหมูเจ็ดสีสะท้อนแสงเต็มทุกตัว
แล้วแถมเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสินแต่ก่อน
ไม่เห็นคิดเงินค่านับเลย ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้เนอะ

ตอบตรงๆ ถือคติไม่โกหกพ่อ แต่กับคนอื่นพลิกแพลงได้
มีนเอาขนมย่าไปขาย ........พ่อขำ แต่บ่นว่า
แบบนี้ต้องบอกคุณย่า หากย่าไม่เอาทุนก็แล้วไป
จำได้พ่อยิ้มยิ้มแล้วบอก ทำแบบนี้มันขี้โกง
ตอบพ่อไปว่า มันโกงตรงไหนล่ะ..ก็ขอย่ามา
กินไม่หมดก็ขาย เท่าเนี๊ยะะะะะ
ยังแถมโวยพ่อไปว่า
โห้... ย่าต้องรู้ดิ มีนขอทุกวันทุกวัน.....
พ่อถึงบ้างอ้อ..ที่แท้ ไม่ชอบไปเล่นบ้านโน้น
แต่ขอให้พ่อไปส่ง มีเวลาไปรับเรียบร้อย
เพราะมีนไปขอขนมย่านี่เอง

 

 

 


ชีวิตลูกผู้ชายแบบของพ่อ..ในสายตามีน
พ่อไม่ได้เก่งกาจเกินผู้ชายทั่วไป
แต่เก่งมาก และมากที่สุดสำหรับลูกแบบมีน
บ่าของพ่ออาจไม่อบอุ่นหากคนอื่นแค่มองหรือดูมา
แต่ในครอบครัวเรา
บ่าพ่อกว้างและเป็นบ่าที่พร้อมจะเป็น
แหล่งกำเนิดพลังงานในหัวใจให้พวกเรา

คำพูดของพ่อมากมายเวลาพ่อบ่นบ่นบอกบอก
มันเกิดประโยชน์มาก ไม่ว่าวันพ่ออยู่หรือไม่อยู่กับเรา
พ่อของใครไม่เหมือนของใคร
พ่อของมีนก็ไม่เหมือนพ่อของใคร

คำพ่อสอน มีนไม่เคยลืม
เพียงแต่จะนึกได้แล้วใช้ประโยชน์
จนถึงยอมรับเต็มที่ เต็มหัวใจตอนไหน
พ่อเคยบอกไม่ต้องเชื่อพ่อ แต่ลองทำดู
ขึ้นประโยคนี้เมื่อไหร่ มีนเชื่อพ่อทุกที
เพราะถึงสุดท้ายที่นั่งคุยกัน จะมีคำพ่อบอก
ไม่มีพ่อคนไหน อยากให้ลูกทุกข์
ลูกลำบากหรือเจ็บปวด ตรงไหนมีทางลัด
พ่อแทบจะลัดนิ้วมือชี้ให้ลูกเห็นก่อนเสมอ

ทุกครั้งที่นึกคำพูดพ่อได้
จึงเหมือนคำของพ่อ ช่วยคิด ช่วยชีวิต
ช่วยเตือนสติและให้พลังใจ

 

 

   

วันพ่อมาถึงอีกครั้ง ..ความคิดถึงแน่นหนา
และหากมันแน่นหนักจนเห็นเป็นรูปร่างได้
มันคงรวมมวลกันแทนอ้อมกอดจากลูกแบบมีนส่งไปหาพ่อ
ความคิดถึงจะกอดพ่อไว้
ความคิดถึงคงบอกพ่อ....
เราไม่ได้ห่างไกลกันแม้ไม่เห็นกายกัน

ความคิดถึงจะทักทายพ่อ เป็นอย่างไรพ่อสบายดีไหม
พ่อทราบใช่ไหม เจ้าของความคิดถึงตัวดี สบายสุดสุด
สบายด้วยคำสอนพ่อ สบายด้วยสิ่งที่พ่อทำนำให้ดู
สบายเพราะทำตามที่พ่อบอก
สบายและเชื่อว่าถึงที่สุด
ความคิดที่ส่งไปถึงจะบอกรักพ่อ รักพ่อจังเลย

รักของมีนคงบอกปริมาณพ่อไม่ได้
เพราะฟ้าวันนี้ไม่เคยกว้างพอไว้อ้างอิง
ว่ารักพ่อเท่าฟ้าแบบเคยพูดมา
มันพูดไม่ได้อีก เพราะฟ้าให้กว้างกว่ากว้าง
ก็บรรจุความรักของมีนถึงพ่อได้ไม่หมด

 

 


มีนเชื่อว่า มีนไม่มีวันไม่คิดถึงพ่อแม้มันจะ
เกือบแปดปีแล้วที่เราไม่ได้กอดกัน
มีนไม่มีวันลืมพ่อ มีนอาจแสดงออกได้ไม่คล้ายกับทุกปี
น้ำตาเวลาคิดถึงพ่อน้อยลง แต่เชื่อเถอะว่า
รอยยิ้มของมีนมากมายขึ้น เรื่องระหว่างพ่อกับมีน
มันเยอะจัง เยอะแบบมีนรู้สึกว่า แต่ก่อนที่เคยบอกว่า
มีนอยู่กับพ่อแค่สิบเก้าปี บางทีมันก็คุ้มพอสำหรับชาตินี้
มีนไม่ต้องเป็นอะไรเลย แค่เกิดเป็นลูกพ่อก็คุ้มแล้ว

มีนอาจไม่มีคำหวานแบบล้านคำที่นึกไว้
อาจไม่มีจดหมายสารภาพคำเกเรแบบเดิมๆ
แต่มีนรู้ พ่อรู้..เรารักกัน และรักกันเสมอ
ไม่ว่าจะกี่เวลาผ่านไป มีนยังนึกและคิดเหมือนเดิม
มีนจะเป็นคนดีแบบที่พ่อบอก

เหมือนคำปลอบเวลาถูกปู่ดุมา
ใครว่ามีนเป็นคนไม่ดี ก็ไม่เป็นไร
มีนเป็นคนดีของพ่อก็พอ เป็นคนดีของพ่อน่ะลูก

คำนี้ประโยคนี้ทำมีนยิ้มได้เสมอ
วันนี้มีนเป็นคนดีหรือยังมีนไม่รู้
แต่ที่รู้รู้ มีนเป็นคนดีของพ่อ
แบบแน่นอนตั้งแต่ลืมตาเกิด สบตากันแว่บแรก
พ่อก็ว่ามีนเป็นคนดีของพ่อแล้ว เป็นตลอดมา
และเป็นตลอดไป

 

  


พ่อรู้ไหม มีนอมยิ้ม
เป็นคนดีของพ่อ ไม่ต้องลงทุนทำอะไรเลย
แค่เกิดมาเป็นลูกพ่อ เติบโตอยู่ในอ้อมแขนพ่อ
อบอุ่นอยู่ในบ่าพ่อ เป็นความรักในหัวใจพ่อ
มีนไม่ต้องทำอะไร มีนก็เป็นคนดีที่สุดของพ่อแล้ว
ขอบคุณพ่อเหลือเกิน
ที่พ่อเองเป็นพ่อคนดีของมีนมาเสมอ
มีนรักพ่อเช่นกัน รักทุกวันทุกวัน
และไม่เคยเว้นในวันพ่อ ;')




มีนมาเฟีย
5 ธ.ค. 2550 เวลา 08:38 น.

 

we are in diaryis.com family | developed by 7republic