Mission Impossible ตอน ห้าหมาผจญภัยในต่างเมือง :')

ไม่ได้อัพไดนี้มาตั้งกะปีที่แล้ว (ฮ่า)
สวัสดีปีใหม่พี่น้องชาวไดนะคะ
ใครไม่รวยขอให้รวยปีนี้ ขอให้โชคดีมีฟามสุขกันทุกคนเลยค่า

วันหยุดปีใหม่ มีโอกาสพาห้าหมาไปเยือนจังหวัดไม่ใกล้
ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง ถึง บรรยากาศเมืองที่ไป
ก็สนุกสนานสำหรับห้าหมา เพราะว่า มะมีนไปดูที่ดินด้วย
เพราะว่าอยากอยู่แถวนั้น อากาศดี ผู้คนยังมีมิตรไมตรี
ความเจริญพื้นฐานพอเพียงไม่ได้มากเกินไปและไม่ได้น้อยเกินไป

บ้านมีนสมาชิกไปกันหมดนั่้นละค่ะ
แต่รูปที่เอามาลงนั้นเป็นรถมะมีนเอง
เรียกว่า "รถขนหมา" และสัมภาระของหมาล้วนๆ
มีพ่อหมาและแม่หมา ด้วย -*-
ส่วนรถขนคนนั้นมิสามารถไปถ่ายรูปมาได้
เพราะว่า ไปรถหมา (ฮ่า)

อาจมีคนสงสัยว่ารถไม่เปื้อนเหรอ
เพราะเลี้ยงหมาอย่างมืออาชีพ (อาชีพอะไร) -*-
มีนก็เลยต้องมี ผ้าที่เย็บเองสำหรับหุ้มเบาะด้านหลัง
คอนโซลหลังด้วย ให้เจ้าปีนป่ายกันสบายใจ
พอถึงแล้วก็ดึงผ้าออกมา
เบาะรถมะมีนก็อยู่ดีมีสุขมาถึงบัดนี้ปลอดภัยไร้กังวล

ส่วนขนหมาที่อาจมีบ้าง มะมีนจัดการโดยซือลูกกลิ้งอย่างถูก
ย้ำอย่างถูกนะคะ ที่ขายตามงานอันละยี่สิบบาท
เป็นของจีน ใช้ดีมากมากไม่มีขนเหลือเลยทีเดียว
ดียิ่งกว่า เครื่องดูดฝุ่นอีก เวลามีงานศาลากลาง
ไม่ว่าจะย่าโม กาชาด หรือหนึ่งตำบลอะไร
มีนเจอมีนจะซื้อแบบเป็นสิบอันเลย ๕๕
(แต่ไม่เอามาใช้กับเสื้อผ้านะคะ)
ถ้าเสื้อผ้ามีนใช้ลูกกลิ้งของสามเอ็ม

มีนว่าถ้าเรารู้จักจัดการสิ่งที่เป็นปัญหา
การพาหมาที่เรารักไปไหนไหน
ไม่ได้ลำบากหรอกค่ะ :')
หลายครั้งมีหลายคนทำหน้าแปลกๆใส่ว่า
ป่านนี้รถไม่มีแต่ขนหมาเหรอ
มีนก็เคยทำหน้าแปลกกลับไปว่า
เป็นรถที่ให้หมานั่ง ถ้ากลัวขนหมาก็อย่านั่ง
แต่หลายคนแล้วที่ขึ้นรถมีน ก็ไม่ได้มีขนหมาติดไป
และถ้ามีขนหมาติดไป มีนก็ไม่สนใจนะ
เพราะว่า มีนชอบอยู่กับหมาและชอบให้หมาขึ้นรถ
กรุณาให้เกียรติหมาของมีน
เพราะว่ามันเป็นรถของมีน "โอเคป่ะ" โฮะๆ

ห่้าหมาไม่ได้เป็นหมายุ่งยากในการไปเที่ยว
อาจจะเพราะมีนเลี้ยงเขาเหมือนลูกคน
คุยกันรู้เรื่อง พูดกันรู้เรืองใช้น้ำเสียงที่บอกว่า
เราต้องการอะไร ก็จะไม่กวน
พื้นท่ของเขาเลยอยู่แต่เบาะหลัง
อย่างมากที่สุดเลย เขาก็จะมาแค่ตรงที่วางแขน
ของคนขับเพื่อมาหาป้อ และเสนอหน้ามาหามะมีน
ให้มะมีนเอามือยันหน้าผากกลับไป

สำหรับสถานที่ที่เขาต้อนรับหมา
มีนเชื่อว่าห้าหมาไปได้ ไม่มีปัญหา
เพราะว่า เวลานอนไม่ได้นอนทั่วไป
พวกนี้นอนกรงตัวเอง
มีนจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่หัดให้นอนกรงแรกๆแล้ว
คือใช้กรงแบบพับได้ ไปไหนก็พับขึ้นรถ
สะดวกสะบายทั้งการขนและการประกอบ
เนื่องจาก เราไม่ได้ประกอบเอง อิอิ

หมาที่คุยโอ่ว่าสอนไปดี เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง
เรียกไม่เคยหันกลับ เพราะวิ่งแน่บแป่บๆๆๆโกยอ้าว
มีความสุขมากเรียกว่า วิ่งจนลิ้นห้อย
วิ่งไปเหลือบมองมะมีนไป แล้วคงคิดเอ๊ะทำไมไม่ดูฟ่ะ
ดังนั้นมันจึงโกยแน่บเล่นกันทั้งวัน
โน่นละพอง่วงจนจะหลับถึงเดินกลับมาหา
มานอนอยู่รอบตัวให้พี่ป้าน้าอาขำกันเท่านั้น -*-

ไปคราวนี้ห้าหมาได้วิ่งเล่นตามคันนา
ได้วิ่งเล่นในสวนผลไม้
ได้วิ่งเล่นในไร่ข้าวโพด สวนต้นกระดาษ
สวนต้นปาล์ม สวนกล้วย และฝายน้ำ
มันวิ่งหมด ไม่ว่าอะไรอยู่ในที่ของพี่สาวมีน
มันทำมาหมดแล้ว หน้าตาเป็นหมาจรจัดมาก ๕๕
หมาเจ้าถิ่น พี่พี่ได้พาไปไว้ที่ สวนเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นหมาเราไปถึงจึงเป็น "เจ้าถิ่นเรียบร้อย"

ในบ้านเราก็ไม่อยู่ค่ะ กางเต้นท์นอนกัน
แต่แม่ไม่เอาด้วย เพราะว่า มันหนาวจังฮุ้ -*-
มะมีนชอบกางเต้นท์แบบนี้ จริงๆ
เพราะว่า เป็นฟามสะดวกสบายส่วนตัว
อยู่บ้านก็ทำนะฮ๊ะ ไม่ใช่ไม่กล้า
กางเต้นท์นอนหน้าบ้านตัวเองนี่ทำมาแล้ว
หิวก็เดินเข้าครัว ปวดท้องก็วิ่งเข้าห้องน้ำ
อากาศเหรอ หนาวพอแล้วไม่ต้องกระเสือกกระสนไปหนาวไกล-*-

บ้านของพี่สาว มีรั้วรอบขอบชิด
เนื้อที่ประมาณสี่ล้านเอเคอร์ (เว่อร์แระ)
แต่ม้ันกว้างจริงจริงนิ ดังนั้นมะมีน เลยนอนตีพุง
ในสนามหญ้าหน้าบ้านพี่สาว มองฟ้าสบายอารมณ์ไปเลย


ท่านพี่และเหล่าสมาชิกแห่งบ้านหมาหมา
ได้ทำการตกลงกันว่า เมืือเรามาพักผ่อน ก็จะปล่อยให้ห้าหมากระเจิดกระเจิง
ได้ผลค่ะ มันวิ่งกระเจิดกระเจิงจริงๆ ตลอดห้วงเวลาที่ไปวิ่งกันไม่มีหยุดหย่อน
เนื้อตัวไม่ต้องพูดถึง

ตอนห้าหมาลงจากรถ พี่ป้าน้าอารุมขอเลยค่ะ
เพราะสวยฟ้อหล่อเฟี้ยวขาววิ้งกันไปทุกตัว
ที่บอกพี่ป้าน้าอานี่คือไปจากจังหวัดต่างๆ
แล้วจุดนัดพบคือบ้านพี่สาว นะคะ ไม่ใช่คนที่นั่น
ประมาณว่า คนโน้นก็จะเอาคนนี้ก็จะเอา คนนั้นก็จะเอา

พอตอนเช้าห้าหมาวิ่งออกจากเต้นท์
ขาโดนน้ำค้าง (ที่โน่นน้ำค้างแรงม๊ากกกก) สนามหญ้านี่เปียกโชกๆ
พอขาโดนน้ำค้างแล้วก็วิ่งเข้าไปในไร่ข้าวโพด ที่มีดิน
อารมณ์หมามี่ขาชุบแป้งทอดดำดำ มีแต่คนบอกว่า ไม่เอาแล้วเว้ย ๕๕

แต่ว่าก็ว่า ไปโน่นต้องคอยเพียรปฏิเสธเพราะมีแต่พี่ที่เคารพทั้งสิ้น
เลีั้ยงมะมีนมาแต่เล็กแต่น้อยทั้งนั้น แต่ละคนก็โอดครวญว่าลูกโตหมดแล้ว
มะมีนมีหมาตั้งห้าตัวขอสักตัวก็ไม่ได้ มะมีนก็ปฏิเสธไปแบบไม่มีอ้อมแอ้มว่า
"ไม่!!!!" (((นี่ขนาดเกรงใจนะถ้าไม่เกรงใจละฮึ่ม อิอิ)

ตลอดทางก็ฮาเฮ ตามประสาห้าหมาไม่เคยเดินทางไกล
คืออยู่ในรถถึงเจ็ดชั่วโมง แต่ทุกตัวทำตัวดีมาก
ก็มีผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาเป็นเนวิเกเตอร์ให้ป้อบ้างเป็นระยะๆ
ไม่มีใครยึดอกพ่อและแขนพ่อได้เป็นการถาวร


แต่ตัวที่อยู่นานที่สุดคือหมาหมี่ แต่หมาหมี่ก็มีที่ของตัวเอง
อย่างเป็นทางการ และติดที่นั้นมากก็คือด้านหลังของรถ
ตรงที่รถอื่นๆ เขาเอาไว้ทิชชู่หรือตุ๊กตานั่นละคะ
หมาหมี่จะชอบไปอยู่ดังนั้น เวลามันคึิดถึงป้อมันก็มา
หายคิดถึงมันก็ไป

ส่วนหมี่กี๋ก็นั่งอยู่บนลังของเล่น ของกิน ขนมของหมาหมา
ไม่ยอมลงเลย อารมณ์ถ้าใครขึ้นมาต้องทำศึกชิงบัลลังค์จอมนาง
อีกสามหนุ่มเลยนอนสามมุมกันหนุบหนับอยู่ตรงด้านล่าง
เป็นการเดินทางที่สนุกมาก

เวลาจอดตามปั้มน้ำมัน รถอีกคน ก็จะเดินมาถามรถขนหมา
ว่ากินไรไหม เพราะไม่อยากเปิดประตู
จะมีหมาตัวปุยๆ ค่อยค่อยเดินลงทีละตัวๆให้ชาวบ้านขำ
เพราะไม่หมดเสียที รถคันนี้มีตั้งห้าตัว ๕๕๕๕๕๕๕๕๕
บางทีมีสาวๆ มาป้องกระจกมองทางท่านพี่
มัวแต่มองหมาเลยไม่รู้ว่ามีคนนั่งอยู่ด้านหน้า
พอเห็นคน ก็อายกันไป อิอิ

นับได้ว่าทริปวันหยุดรับปีใหม่ของบ้านมาเฟีย
สนุกสนานและเบิกบานเป็นอันดี
ถือได้ว่าเป็นต้นปีที่เบิกฤกษ์อย่างมีความสุข
หวังเป็นอย่างยิ่งเช่นเดียวกันว่า
ต้นปีที่เริ่มต้นนี้่ คนอ่านไดอารี่มาเฟียจะมีความสุข
มากมากเช่นเดียวกัน ขอให้สนุกสุขสันต์ทุกวันเอย -*-
ขออภัยภาพประกอบเยอะไปนิดนึงค่า
อ่านไดมาเฟียก็ต้องมีเนตแบบมาเฟียๆนิดนึงนะ (¬_¬メ).














<
ขนปุ๊กปุย เชียวววว
วิ่งกันตัวปลิวขนบานเลยอะ
ปีใหม่ขอให้เด็กๆสุขภาพดีแข็งแรงป่วนแม่หมาเยอะหน่อยก็ได้555
เดาได้ดูจากภาพถ่ายที่ไม่บอกก็เดาไม่ออกว่าใครที่ปลอมตัวเป็นฟงหวิน ช่างพริ้วแท้ ๕๕๕
รถพี่ไม่มีปัญหาขนหมาเช่นกัน เพราะเป็นเบาะหนัง
ทำความสะอาดเก็บขนง่ายดี
และพี่มีวิธีกำจัดขนแบบประหยั๊ดประหยัดด้วย
เพราะว่าไอ้คุณชายบ้านพี่มันขนยาว และร่วงบ้างตามอายุขน
ก็เลยเอาสก๊อตเทปหม้วนใหญ่ที่เป็นหนังๆ อ่ะ อันละไม่กี่บาท
ไปม้วนกับลูกกลิ้งที่ใช้ทาสีด้วยมือ ใช้วิธีเลียนแบบลูกกลิ้ง 3M หน่ะ
แล้วเอากลิ้งไปตามพรม เบาะ โซฟา ทุกที่ที่มีขน
โอ๊ว....เกลี้ยงกริบ
พอมันไม่ดูดขนแล้ว เราก็ลอกมันออก แปะอันใหม่ แหล่มเลย
สะดวก สะอาด ใช้งานง่าย และประหยัด
หลังๆ นี่พี่ใส่เสื้อให้เจ้าขนยาวก่อนขึ้นรถละ
ช่วยได้เยอะเลย :)
ริษยา!!!
อ๊าก พี่มีนกางเต้นท์นอนหน้าบ้านตัวเอง ไม่กัวงูเหรอเพคะ หมิวกัววววว
เด็กๆทั้งห้าน่ารักจริงๆ เก่งมากด้วยที่ไม่เมารถเลย
ห้าตัวลงในรถเก๋งได้นี่เก่งมากๆ เลยอ่ะค่ะ (น่าจะใช่ไหมคะ ^^) นึกถึง 7 ชม. แล้วแต่ละตัวผลัดกันลัลลา แค่คิดก็ยอมแพ้แล้วอ่ะค่ะ อิอิ
:)
อันนี้ไม่ใช่หน้าบ้านพี่นะจ๊ะ :')
แต่กางเต้นท์หน้าบ้านไม่กลัวงูจ้า
เพราะว่าเต้นท์มันเซฟตี้สุดสุด มีทั้งตาข่ายทั้งผ้าร่ม
คลุมแบบห่อตัวกันเลย รับรองไม่มีอะไรเข้ามาถึง
(หมิวเคยนอนเต้นท์หรือยัง) อิอิ
ถ้ายังต้องรีบเคยนะจ๊ะ
p - j u n g
ห้าหมาลัลล้าไม่ซนค่ะ ไม่ร้องไม่กวนใจ
แค่โผล่หน้ามาแหย่แล้วก็กลับไปอยู่ด้านหลังกัน
เพราะว่าฝึกให้นั่งรถอยู่อย่างสงบๆ แต่ก็ยังทะลึ่งประสา
หมาเด็กๆกันอยู่ ถ้าเป็นพี่เมฆแล้วละก็ นั่งนิ่งตลอดทาง
ประมาณว่าดูวิวข้างทาง
พี่โจ้
ไว้วันหลังจะลองใส่เสื้อดู แต่มีนว่าพวกมันไม่ชอบ
ก็เลยทำเสื้อคลุมเบาะหลังซ่ะเลย สบายแฮ อิอิ
แม่อิ๊ก
วิ่งกันเป็นพายุหมุนทั้งวันทั้งคืนเลย ๕๕
พอกลับถึงบ้านรีบวิ่งเข้าห้องตัวเองกันใหญ๋เลย
หมาก็คิดถึงบ้านเป็นนะคะเนี่ย
พี่หมี เดี๋ยวก็ได้ไปเที่ยวแล้วละน่า อย่ามาริษยาหมาหมู่เลย ๕๕
ป.ล.ไอ่เจ้าพวกนี้มันอยากรู้อยากเห็นชอบปีนป่ายมากๆเลยนะคะ ฮ่าๆๆ
น่ารักอ่า
ชอบเต๊นท์คุณมีนค่ะ ^^
สมัยที่ไอ้โชคดียังอยู่ด้วยกัน กลับบ้านทีนึง ก็คลุมเบาะแบบนั้นเหมือนกันค่ะ อ่านเรื่องหมาๆ แล้วให้อารมณ์แบบว่าคิดถึงหมาตัวเอง
ห้าหมาเป็นหมาที่น่าอิฉจาที่สุดเลยคะ ยิ้มม
พี่มะมีน ค้าบ น้องทราบว่าอันนี้มิใช่บ้านพี่มีน อันที่หมิวกัวคือบ้านพี่มีนเองง่ะค่ะ เพราะเห็นเคยมีงู
หมิวเคยนอนเต้นท์แต่เต้นท์หมิวมันบอบบ๊างบอบบาง เป็นเต้นท์ไม่มีสมอบกอ่ะค่ะ กางนอนเล่นในบ้าน เพราะงั้นไม่นับเนาะว่าได้นอนเต้นท์
= " =
ราวกับมีถุงนอนสองชั้นเลย
ไปบ้านพี่สาว พี่ซึ่งเป็นคนเจองูบ่อย
ก็ไปเจอนะ เจอจนแฟนกับพี่ชายพี่ขำเลยว่ามันเจออีกแล้ว
-*-
ขำรูปนึง...ไม่รู้ใครแต่ว่ามอมแมมมากมาย
^__^
---------------
บุญรักษาครับ
อารมณ์เด็กวิ่งเล่นซนๆ ไม่ยอมเข้าบ้านกันเลยนั่น
สวัสดีปีใหม่ ขอให้สุขสันต์กันทั้งปี ทุกคนและทุกหมานะมะมีน :)
นั้นคือ "หมูกี๋" น้องนุชสุดท้องนะเอง
ท่าทางน่าสนุกนะมะมีน ^^
คึกคักน่าดู
ไปไหนก็ซนได้ใจ
ไม่ทำให้ลูกพี่ผิดหวังแน่ๆ^^
เคยเถียงกับมากมายหลากหลายคน
เขาหาว่า ถ้าไม่มีลูกจะทุกข์ยากลำบาก
ก็เคย ย้อนสวนไปว่า
"แล้วไอ้ที่ลำบากๆ อยู่เนี่ย ไม่มีลูกกันเหรอ?"
อยากจะตอบแบบไม่ให้เขารู้สึกไม่ดี ว่า ...
"อยากมี..แต่มันไม่มีเอง" .... ก็เป็นการโกหก
ก็เลยไม่ตอบแบบนี้ อิอิ
^__^
เพื่อนๆ เท่าที่รู้จัก ตอนนี้ มีสองคนเองค่ะ
ที่มองว่า การมีลูก ไม่ใช่เรื่องน่าพิศมัย
คนหนึ่งคือ มะมีน
อีกคนคือ เพื่อนชื่อวรรณพร เธอโพส สเตตัสว่า "ว่าที่ แม่ชีวรรณพร"
;)
ว่าแล้วก็อิจฉาน้องหมามากมาย ได้ไปเที่ยวด้วยอะ
อยากเล่นด้วยงิ
ขอให้มะมีนเบิกบานเช่นนี้ตลอดปีเน้อ
อิอิ
แต่ละตัวน่าฟัดมากๆ ^_^
โดยส่วนตัวทึ่งคนที่เลี้ยงน้องมาและดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ตัวเองก็ชอบหมามากนะ เพียงแต่รู้ตัวว่าไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดูแลพวกเขา ขนาดเลี้ยงต้นไม้ยังตาย -_-
เพิ่งมาเริ่มต้นเขียนไดเหมือนกันค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยเลยนะคะ
แต่น้ำหนักเท่าเดิมมาเป็นปีแล้ว >< กินยากมากเลือกกินสุด ๆ
ไม่กินอะไรนอกจากบะหมี่,ข้าวมันไก่,ข้าวไข่ทอด