พระที่กราบได้เต็มหัวใจ

กด 1900 222 200 ทำบุญให้ วัดพระบาทน้ำพุ
กด 1 ครั้ง ทำบุญ 9 บาท (กดเลยเด้ กดเลย คิคิ)
บริจาคผ่าน 1900 ทุกสาย วัดจะได้นาทีละ 7.50 บาท
จากผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือทุกค่าย
ยกเว้นฮัทช์ และโทรศัพท์พื้นฐานทุกค่าย
วัดจะได้นาทีละ 9 บาทเต็มๆ จากผู้ใช้ TOT
มูลนิธิธรรมรักษ์ โครงการธรรมรักษ์นิเวศน์
บ้านพักผู้ป่วยระยะสุดท้ายโดยวิถีทางพุทธในประเทศไทย
บริจาคทางธนาคาร โดยเข้าบัญชี " กองทุนอาทรประชานาถ"

:: บัญชีกองทุนอาทรประชานาถ ::
ธนาคารกรุงเทพ สาขาลพบุรี เลขที่ 289 - 0 - 84697 - 1
ธนาคารทหารไทย สาขาลพบุรี เลขที่ 304 - 2 - 41277 - 9
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลพบุรี เลขที่ 579 - 2 - 33730 - 7
ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุรสงคราม เลขที่ 174 - 2 - 39000 - 0
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาลพบุรี เลขที่ 111 - 1 - 47300 - 7
ธนาคารนครหลวงไทย สาขาลพบุรี เลขที่ 340 - 2 - 14976 - 0
บริจาคโดยธนาณัติ, ตั๋วแลกเงิน , เช็ค , แคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย....
ดร. พระครูอาทรประชานาถ วัดพระบาทน้ำพุ ลพบุรี 15000
บริจาคสิ่งของ .....
วัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ตู้ ปณ. 83 ปทจ. ลพบุรี 15000
โทรศัพท์ 08 - 9742-0729

อ่านพบในกระทู้พันทิป จริงๆ คิดจะบริจาคไปหลายครั้ง
แต่ด้วย ปกติก็บริจาคส่งเข้าตู้วัดป่าแถวบ้าน
เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว....บางหน เคยเห็นพระเดินผ่านหน้าบ้าน
ด้วยวัตรที่ไม่พึงประสงค์ก็ขุ่นใจอยู่
เคยฟังหลวงปู่บอกว่า ทำบุญด้วยจิตใจบริสุทธิ์และ
เลือกที่จะทำกับพระดี สิ่งที่ทำไปก็ได้เอาไปทำนุบำรุงศาสนา
กลับกัน หากไม่เลือกที่จะทำเลย สิ่งที่ได้จะได้แต่เจตนาดี
แต่ปัจจัยหรือสิ่งของที่ทำอาจขยายผลไปทำในสิ่งที่ไม่ดี
บาปอยู่ส่วนบาป บุญอยู่ส่วนบุญ แยกกันรับ
แต่อันไหนมากกว่ากันต้องคิดเอาเอง
สิ้นบุญหลวงปู่ กลับบ้านทุกครั้ง มองหาวัดที่จะทำบุญ
มองหาพระที่จะไหว้ได้เต็มไม้เต็มมือ
กราบลงพื้นดินตรงท่านยืนได้เต็มใจบางครั้งแสนยาก
พระบางองค์เหมือนคนนุ่งห่มผ้าเหลือ เดินโก๋เท่เก๋ท่านไป
ต่อไปเลยคิดว่า ทุกเดือนโอนเข้าบัญชี ง่าย สะดวก สบายใจ
เพราะมั่นใจในวัตรปฏิบัติของหลวงพ่ออย่างเหลือเกิน ;')
มีนใช้วิธีส่งเก็บบัญชีของธนาคาร..ไว้ที่โทรศัพท์ของตน
เพื่อจะได้ทำตนเป็นกิจจะลักษณะในทุกสิ้นเดือนโดยไม่ต้องนึกว่า
บัญชีอยู่ไหน หรือ..เวลานึกไม่ได้เอาบัญชีไปทุกที
รู้สึกแย่อยากทำบุญเมื่อไหร่ กดได้ทันทีเวลานึกอยากทำ
แม้จะไม่เป็นกอบเป็นกำแบบทำสิ้นเดือนก็ทำ
บางหนนั่งกดผ่านโทรศัพท์ ทำบุญครั้งละเจ็ดบาทห้าสิบตังค์ก็ทำ เขาเรียกทำสะสม ทุกวันนี้ แทบจะเป็นพรีเซนเตอร์ของวัดแม้ว่า จะดูไม่หนักหนาและเป็นคนดีขนาดนั้นก็ทำ เพราะชอบไปชักชวนคนนั้นนี้ บรรยายได้เป็นคุ้งเป็นแคว แถมใครสนใจส่งเอสเอ็มเอสเข้ามือถือเขาเสียด้วย สุขกายสบายใจที่ได้ทำน่ะ ไม่ใช่ไร ^^
เรื่องเล่าเช้าวันอาทิตย์

เช้าเหมือนเดิมที่ตื่นเพราะเสียง หงิ๋งๆ ของเจ้าสองตัว
แรกแรกจะเป็นพี่เมฆ มีงี๊ดๆ ๆ ๆ เบาเบา ราวตีสี่
แล้วก็เสียงขานรับของไต้ฝุ่นน้อยหมามุ่ย แง่ง ๆๆๆๆ
สองตัวเริ่มบรรเลงประโคมส่งรับกันประมาณว่า
ตื่นได้แล้วเฟ้ย .."เราอยากเล่นกัน"
เป็นฟามจริงแบบไม่อิงนิยายด้วยเหอะ
มันสองตัวชอบตื่นมาเล่นกัน และโผเข้าหากัน
ราวกับคิดถึงกันอย่างแรง ในระหว่างที่
"เป็นเวลานอน" กรงก็อยู่ข้างกันแค่นั้นอ่ะ

เช้าเช้าเมื่อออกมาจากที่นอนในทันที
เจ้าตัวเล็กจะวิ่งกระโดดใส่หัวพี่เมฆ
แบบคิดถึงจัดคิดถึงจัง ไอ้ตัวพี่ก็เอาหน้าดันน้อง
ให้หงายท้องแล้วก็ทำเหมือนจั๊กจี้ให้อีกตัวดิ้นดิ้น
แล้วก็มีฮึมฮัม โห่ฮาตามประสาหมาสองตัว
ที่ไม่ได้เจอกันแค่มีรั้วกั้นเพียงแค่เจ็ดชั่วโมง
ขบวนขนปุยวิ่งผ่านประตูบ้านแบบเบิกบาน
ต่างคนจับมุมทำธุระ เสร็จเรียบร้อยแล้ววิ่งมาชนกัน
ราวกับไม่ใช่หมา แต่เป็นช้าง งั้นหละ
เก็บกวาดธุระไอ้สองตัวเสร็จ
มีนเดินดูต้นอัญชัน เลื้อยขึ้นให้เต็มตะแกรงสองอัน
ที่ทำพาดขึ้นบนหลังคา วี่แววและแนวโน้น ดีมาก
จากที่คิดว่าอัญชันไม่มีหนวดไม่น่าจะเลื้อยเข้า
ตะแกรงที่คล้ายมีสี่เหลี่ยมเล็กๆ มากมายแบบนั้นได้
แต่ปรากฏว่ายอดของอันชัญทำได้ ไว้วันหลัง
มันหนาขึ้นกว่านี้จะถ่ายรูปมาโชว์

การดูระยะเลื้อยของอัญชันทุกวันมีนว่า
มันเป็นเรื่องตื่นตาตื่นใจที่เห็นต้นไม้เลื้อยเร็วไว
หนแรกยังไม่ใช่เรื่องความหนาแบบจะกั้นแสงได้
แต่เป็นความเร็วของการเลื้อยขึ้นด้านบน
แต่พอเผลอแว่บเดียว แต่ละยอดที่เลื้อย
จะแตกยอดออกใหม่ให้ตื่นตาตื่นใจได้ทุกวัน
สองแผงตะแกรงที่ท่านพี่ทำให้
ด้านหนึ่งดอกสีม่วงอ่อน และด้านหนึ่งสีขาว
ที่หน้าบ้านเป็นด้านรวมสี คือน้ำเงินม่วง ม่วงอ่อน และขาวจั๊ว
มีคนบอกว่าดอกของอัญชันจิ้มน้ำพริกกินสดได้ ว่าจะลอง
มีใครคอนฟิร์มไหม ๕๕๕

นั่งมองเจ้าสองตัวเล่นกัน จนตะวันเริ่มโผล่ขึ้นมา
เห็นชายผ้าเหลืองแว่บแว่บ ที่หัวโค้งก่อนถึงผน้าบ้าน
ก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่ ด้วยอารมณ์คนบาปหรือเปล่าหนอ
หลวงพี่เดินผ่าน อาตมีนเลยยกมือพนมแต้
ไม่ได้ลุกขึ้นหาอะไรใส่บาตรแบบที่เคยทำ
เพราะบางวันมีนเคยเห็นหลวงพี่ที่เดินผ่าน
ต้องมีคนเดินมารับหรือไม่ก็ขี่สามล้อตามเพื่อ
รับสิ่งที่คนแถวบ้านมีนใส่ให้เพราะท่านคงถือไม่ไหว
คนแถวนี้จิตใจดีน่ะ ตื่นแต่เช้าใส่บาตรกันเยอะมาก ;')
และสิ้นเดือนแบบทุกครั้งมีนจะหยอดตู้ตรงวัดป่า
และครั้งนี้คงเป็นครั้งที่สองที่จะโอนเงินเข้าไป
ที่วัดพระพุทธบาทน้ำพุ และคิดจะทำให้เป็นประจำ
คล้ายหยอดตู้วัดป่าใกล้บ้าน ในแบบที่ทำทุกสิ้นเดือนนั่นละ
เพราะทราบข่าวมาว่า ทางวัดพระพุทธบาทน้ำพุ
กำลังต้องเผชิญกับภาวะเรื่องค่าใช้จ่าย ยิ่งเมื่อวาน
จำไม่ได้ว่าดูรายการอะไร ผู้ใหญ่ในการอุปภัมภ์ของทางวัด
สามร้อยคน เด็กอีกเก้าร้อย ทั้งหมดเป็นเอดส์ เฮ่อ เฮ่อ เฮ่อ
มีนเลยเป็นพวกไม่แสวงหาที่ทำบุญอีกแล้ว
แม้แต่ทำสังฆทาน เพราะเดี๋ยวนี้มีนทำผ่าน
ธนาคารที่มีบัญชีของวัดพระพุทธบาทน้ำพุส่งตรงไปเลย
แล้วก็ชวนท่านพี่ทำด้วย ท่านก็ทำน่ะ
เพราะเล่นส่งเอสเอ็มเอสให้ท่านเก็บไว้
ในโทรศัพท์เลยทีเดียวว่าบัญชีเลขที่อะไร

เวลาของการนั่งเหม่อ หรือนั่งหายใจเข้าเอาอากาศบริสุทธิ์เช้าเช้า
มักหมดไปเมื่อไอ้ตัวเล็กสุด วิ่งมาแทะเท้า
ดึงขากางเกงนอน และออกแรงลากขากางเกงนอนของมีน
ถ้าใครถามว่ามันต้องการอะไร มีนเดาได้ มันชอบวิ่งไล่วิ่งเล่น
จะชอบวิ่งมากระโจนใส่ แล้วให้มีนวิ่งตาม ตามเสร็จ
มีนก็ต้องทำเป็นวิ่งหนี แล้วมันก็จะวิ่งไล่
ทุกอย่างและทุกเสตป เป็นแบบที่พี่เมฆของมันสอนมา
หมามุ่ยเป็นหมาที่ไม่คล้ายหมาผู้หญิงเลยแม้แต่สักนิด
บางหนเคยครุ่นคิดกับท่านพี่ว่าเหตุเพราะมันมีพี่
เป็นหมาต้นตำนานแสบแบบเมฆ
หลายคราเคยคิดว่าเมฆจะกลัวน้อง เพราะแรกแรก
ที่หมามุ่ยเดินทางมาถึง เมฆไม่ยอมอยู่ใกล้น้อง
ในระยะห้าก้าวเด็ดขาด ต้องเดินไปนอนสังเกตการณ์อีกมุม
แต่หลังจากน้องเริ่มเดินคล่องไม่โงนเงน
เมฆก็เริ่มเขี่ยน้องคล้ายลูกบอล เริ่มเอาหัวจุ่มพุงน้อง
แบบที่ทั้งพี่และมีนไม่ห้าม เชื่อว่าในระหว่างกัน
ของเจ้าสองตัวน่าจะมีสัญชาตญานที่รุ่นใหญ่จะสอนรุ่นเล็ก
บางครั้งเมฆฮึมใส่น้อง ซึ่งนานมากกกกกกกกกกกกกกก
สามเดือนเลี้ยงหมามุ่ยมา น่าจะเพิ่งเคยเห็นแค่สามครั้ง
นอกนั้นจะเห็นแต่ตัวเล็ก ขู่ และวิ่งใส่พี่แบบท่าทางบู๊ล้างผลาญ

นับวันผ่านมากับการเจริญเติบโตของหมามุ่ย
แบบที่หมอมักบอกว่า สวยสมตัวน้ำหนักสมหุ่น
ที่คิดคิดแล้วพี่ชายครอกเดียวกันของหมามุ่ย
คือเจ้าหมอกที่ไปอยู่กับต่ายนั้นน้ำหนักนำหน้าเจ้ามุ่ย
ไปแบบไม่ธรรมดา คือมีน้ำหนักตัวรวมกันเท่ากับ
หมามุ่ยสองตัวอยู่ในตัวเจ้าหมอก (ฮ่า)
หมามุ่ยเลิกกินนมทันทีตั้งแต่อายุสองเดือน
จำได้ว่าวันที่ครบนั้น ส่งนมให้ตามปกติ
เจ้าหล่อนไม่สนใจและสะบัดขวดทิ้งไม่สนใจใยดี
ทำเอาพี่และน้องเจ้าของมัน งงงัน มึนตึบ
เจ้าตัวแสบเริ่มกินอาหารเม็ดแช่น้ำแบบพี่เมฆ
เน้นว่าพี่เมฆโปรดเฉพาะแช่น้ำและนำไปอ่นเข้าไมโครเวฟ
กินแบบพี่ชายของมุ่ยได้ไม่นาน เจ้านางเข้าสามเดือน
ก็ไม่กินแบบแช่น้ำ ต้องการกินแบบไม่แช่ ๕๕๕๕๕๕๕
ทุกวันนี้ อาหารแช่น้ำเข้าไมโครเวฟเป็นของพี่เมฆ
ส่วนของหมี่ต้องนั่นเลย ดิบเพรียวแข็งแกร่ง ถึงจะกิน
และสิ่งที่มันหลงไหลคลั่งไคล้แบบมากสุดสุดหยุดไม่ได้คือ
กล้วยน้ำว้า -*-
หมาเมฆที่ไม่เคยชอบกล้วยน้ำว้าเลย
เวลาเห็นมุ่ยกินแบบเอร็ดอร่อย ต้องเดินมาขอลอง
เศษหนึ่งส่วนสิบส่งให้เมฆ เหลือออีกเก้าส่วน
ส่งให้มุ่ย ๕๕๕ มุ่ยจะจัดการแบบไม่ต้องแบ่งชิ้นย่อย
ไม่ต๊องไม่ต้อง ไม่ต้องเรื่องมากแบบพี่เมฆ มุ่ยทำได้ -*-

เมื่อวานกินแหนมเนืองเจ้าอร่อยของที่นี่
ผักที่ให้มาเยอะมาก เมฆจะกินแต่ใจผักของผักกาดหอม
เพราะมันกรอบและกัดง่าย ถ้าส่งใบใบใหญ่ๆ เมฆไม่ค่อยกิน
เป็นหมาที่ไม่ชอบอะไรชิ้นใหญ่ทุกสิ่งอย่างต้องทำให้
แบบเป็นชิ้นเล็กๆ แบบหมาคุณชาย ท่านถึงจะสนใจ
ส่วนมุ่ยเหรอ มุ่ยไม่ชอบกินผักกาดหอม
ส่งให้ก็รับไม่ขัดใจ กินได้เล็กน้อยที่เหลือกัดกระจาย
แล้วเจ้าเมฆจะเดินตามมาเก็บชิ้นส่วนน้อยๆ
ที่น้องกัดกระจุยไว้ให้ แหะๆ
นี่ยังไม่นับพวกแตง มะเขือกรอบอ่อนอ่อน
ที่มุ่ยจะกัดแทะกระจุยกระจายแล้วกินเล็กน้อยแต่พอกิน
แล้วเหลือบานอยู่บนพื้นให้หมาเมฆมาเก็บชิ้นส่วน
เพราะว่าเมฆไม่ชอบทำให้เป็นชิ้นเล็ก
เลยดูสองตัวนี้เหมาะสมกันมาก
ไอ้พี่ก็ตามกินที่น้องทำลายไว้ ส่วนน้องก็ทำลายไว้
เพื่อให้พี่มากิน พี่จะได้กินไม่ยาก

ส่วนเรื่องนม..หากชงให้เมฆกิน
หมามุ่ยจะเข้ามากินบ้าง แต่ไม่เยอะ
แล้วที่เหลือพี่เมฆก็จะฟาดจนหมดชามนั่นหละ
เป็นผลให้ตอนนี้เมฆหนักเหยียบสิบกิโล
แต่มุ่ย ก็ยังเกือบสองกิโลอยู่อย่างนั้น
หมอชมว่าดี ปราดเปรียบ ว่องไว แล้วก็บอกว่า
ไม่ต้องตกใจหากหมามุ่ยตัวเล็ก เพราะเทียบสัดส่วน
กับน้ำหนักที่มี เขาสมตัวและค่อนข้างจะพุงโตด้วยซ้ำ
เคยถามเต้ ผู้อุปภัมภ์รายการ ว่าพ่อกับแม่ของมุ่ยกับหมอก
มีใครตัวเล็กหรือเปล่า เจ้านั่นว่า แม่ แม่ของมันตัวจิ๊ดเดียวเอง
ก็เลยคิดว่า หมอกก็คงเหมือนเมฆที่พัฒนาน้ำหนักนำหน้า
อายุเดือนหนึ่งกิโลแบบสม่ำเสมอ ๕๕ คิดว่าเจ้าหมอก
จะกลายเป็นหมายักษ์ตามพี่เมฆได้แบบอีกไม่นาน
ในขณะที่หมามุ่ยจะยงคงเป็นไต้ฝุ่นน้อย ที่แสบแบบไม่ต้องบรรยาย
เพราะมุ่ยจะไม่เหมือนหมา แต่เสมือนลิงลม
ทุกครั้งที่บอกว่า เมฆเข้ากรงไปนอน
มุ่ยก็จะไปน่ะ แต่จะไปอยู่ตรงเท้าพ่อ
ราวกับบอกพ่อว่า ช่วยหนูด้วย หนูยังไม่ง่วง
แต่พ่อก็จะจับส่งมาให้มีน สองตัวนอนคนละกรง
แต่กรงอยู่ชิดกัน ก็จะมานอนแนบกัน
แบบมีกรงกั้นนั่นหละ แต่มันก็ยังมีทีท่าว่าคิดถึงกัน
จนตอนเช้าราวตีสี่มีนก็จะได้ยินเสียงนาฬิกาปลุก
ของสองหมาดังประสานกัน จนต้องตื่นเช้าทุกวัน
แบบไม่เคยมีคำถามอย่างเคยว่า "ตื่นมาทำไมว่ะ";')
มีนมาเฟีย ღ
28 มิ.ย. 2552 เวลา 07:11 น.